http://tiensreech.igetweb.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com
 

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 ติดต่อเรา

สถิติ

เปิดเว็บ18/04/2010
อัพเดท24/06/2010
ผู้เข้าชม8,215
เปิดเพจ10,099

หลักสูตร

งานวิจัย

สาระน่ารู้

บันเทิง

หลักสูตรสถานศึกษา

หลักสูตร

หลักสูตร

หลักสูตรฯ

หลักสูตรฯ

ผลสรุปจากการศึกษา/วิจัยเพื่อทบทวนและปรับปรุง/พัฒนาหลักสูตรฯ

(หลักสูตรและการเรียนการสอน)

                สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา  ได้ทำการศึกษาวิจัย  และติดตามประเมินผลการใช้หลักสูตรเป็นระยะ อย่างต่อเนื่องในหลายรูปแบบ  นับตั้งแต่การจัดประชุมโต๊ะกลมผู้เชี่ยวชาญ   เพื่อวิเคราะห์หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน (พ.ศ. 2546)   การจัดประชุม Focus group  จำนวน 5 จุด  ทั่วประเทศ(พ.ศ. 2546)  การจัดสัมมนา Online ผ่านทางเว็บไซด์ http://learning 2003-4.net (พ.ศ. 2547) การนิเทศติดตามผลการใช้หลักสูตร(พ.ศ. 2547 2548 ) และการวิจัยเชิงลึก  เพื่อพัฒนากระบวนการ

สร้างหลักสูตรสถานศึกษาแบบอิงมาตรฐาน (พ.ศ. 25472548)    จากการสังเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาวิจัย  ดังกล่าวข้างต้น   รวมทั้งข้อมูลจากการติดตามผล การปฏิรูปการศึกษา  ของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (2547)   ข้อมูลจากสำนักผู้ตรวจราชการและติดตามประเมินผล(2548)  และงานวิจัยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง   ตลอดจนวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอก     เกี่ยวกับหลักสูตรการ-

ศึกษาขั้นพื้นฐานพบว่า  หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช 2544  ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน  มีข้อดีในการส่งเสริมการกระจายอำนาจทางการศึกษา  โดยให้ท้องถิ่นและสถานศึกษา มีบทบาทสำคัญ ในการพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของตนเอง(สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา 2546 ก., 2546ข., 2548ก., 2548ข.) อีกทั้งยังมีแนวคิดและหลักการอย่างชัดเจน ที่จะมุ่งส่งเสริมพัฒนาผู้เรียนในองค์รวม     ทั้งด้านความรู้และคุณธรรม  และเน้นการบูรณาการ     เชื่อมโยงความรู้ระหว่างศาสตร์ต่าง    เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน ที่กำหนดไว้ในระดับชาติ ( สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา 2548 ก.)    อย่างไรก็ตาม  ข้อมูลจากการศึกษาวิจัยจากแหล่งต่าง ๆ  ดังกล่าวข้างต้นพบว่า  ยังมีประเด็นปัญหาอันเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานหลายประการที่ต้องดำเนินการแก้ไขโดยเร่งด่วน 

                อุปสรรคสำคัญเบื้องต้น   ต่อประสิทธิภาพในการพัฒนาหลักสูตร   คือการขาดความเข้าใจที่ชัดเจนตรงกัน เกี่ยวกับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นของหลักสูตร

แกนกลาง   พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 ได้ระบุไว้อย่างชัดเจน ในมาตราที่ 27 ว่า ให้คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กำหนดหลักสูตรแกนกลาง   การศึกษาขั้นพื้นฐาน   เพื่อความเป็นไทย   ความเป็นพลเมืองดีของชาติ   การดำรงชีวิต   และการประกอบอาชีพ   ตลอดจนการศึกษาต่อ (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ, 2542)   กระทรวงศึกษาธิการ จึงได้จัดทำและประกาศใช้ หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2544  

เพื่อเป็นหลักสูตรแกนกลางให้โรงเรียนใช้เป็นแนวทาง ในการสร้างหลักสูตรสถานศึกษา (กระทรวง

ศึกษาธิการ, 2544) นับตั้งแต่มีการเผยแพร่เอกสารดังกล่าวได้มีเสียงสะท้อนและข้อคิดเห็นที่แตกต่างกัน  จากฝ่ายต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง    ข้อสรุปจากการประชุมโต๊ะกลมผู้เชี่ยวชาญหลักสูตร     ซึ่งสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษาจัดขึ้น ในเดือนตุลาคม 2546    หลายฝ่ายมีความเห็นสอดคล้องกันว่า เอกสาร หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2544 ไม่ถือว่าเป็นหลักสูตรแกนกลาง เพราะเอกสารดังกล่าว   ระบุเพียงมาตรฐานการเรียนรู้  และจำนวนเวลาเรียน    โดยรวมในแต่ละกลุ่มสาระ  ซึ่งเป็นข้อมูลกว้างๆ   ที่มีลักษณะเป็นกรอบหลักสูตร มากกว่าที่จะเป็น หลักสูตรแกนกลาง  ตามนิยาม (สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา, 2546 ก.)  และผลสรุปจากการประชุมได้เสนอแนะให้  ส่วนกลางจัดทำหลักสูตรแกนกลาง  ที่เหมาะสมต่อไป   ซึ่งผลสรุป  ดังกล่าวสอดคล้องกับ ข้อสังเกตของคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่อง  เสนอคณะรัฐมนตรี     เมื่อวันที่  28  มกราคม  2548     ที่เสนอให้ กระทรวงศึกษาธิการ  เร่งดำเนินการพิจารณาจัดทำหลักสูตรแกนกลาง และสร้างความเข้าใจที่ชัดเจนตรงกันแก่ทุกฝ่าย(บันทึกคณะกรรมการกลั่นกรองที่ นร 0505 (คกก.2.1)/42)

                สาเหตุสำคัญอีกประการหนึ่ง   ที่เป็นอุปสรรคต่อการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา    คือการขาดความรู้    ความเข้าใจ  ในกระบวนการ   การพัฒนาหลักสูตรของครู  และบุคลากร   ระดับปฏิบัติ         (จิราภรณ์  ศิริทวี, 2546 ; สุวิมล  ว่องวานิช  และนงลักษณ์  วิรัชชัย  2547;   Kittisunthorn,C.;  2003 ; Nutravong, R.,2002)    การเปลี่ยนแปลงภายใต้กรอบระยะเวลาที่จำกัด      ของการประกาศหลักสูตร และการอบรมเตรียมความพร้อมบุคลากร     ทำให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาจำนวนมาก   ยังขาดความรู้ ความเข้าใจ  ที่ชัดเจนตรงกัน    ในเรื่องการพัฒนาหลักสูตร  ( สำนักเลขาธิการสภาการศึกษา, 2547; สำนักผู้ตรวจราชการและติดตามประเมินผล, 2548; สำนักพัฒนาการศึกษาฯ เขตการศึกษา 11, 2546)    นอกจากนั้น การที่ส่วนกลางกำหนดเพียง   มาตรฐานการเรียนรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน     และมาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น  ซึ่งเป็นกรอบกว้างๆ  เพื่อให้เกิดการยืดหยุ่นในการจัดหลักสูตรการเรียนการสอน และการประเมินตรวจสอบคุณภาพผู้เรียนทุกๆ 3 ปี  โดยไม่มีการจัดทำมาตรฐานและสาระพื้นฐาน(แกนกลาง) ในแต่ละระดับชั้นไว้อย่างชัดเจน   ส่งผลให้ครูผู้สอนส่วนใหญ่   ที่ยังขาดความรู้ความเชี่ยวชาญในการพัฒนาหลักสูตร เกิดความสับสน ไม่สามารถจัดทำหลักสูตร ได้อย่างมีคุณภาพ  จึงต้องพึ่งพาแหล่งข้อมูล    ที่จะใช้เป็นแบบอย่างในการลอกเลียน     เป็นเหตุให้  หลักสูตรของหลายโรงเรียนมีลักษณะ เลียนแบบ  มากกว่าจะจัดทำให้สอดคล้องกับบริบทแต่ละโรงเรียน    และหลายโรงเรียน  จัดลำดับขอบข่ายเนื้อหาของหลักสูตร  ในแต่ละระดับชั้นไม่เหมาะสม    และมีการกำหนดเนื้อหาซ้ำซ้อนจำนวนมาก   อีกทั้งศักยภาพของโรงเรียน  ในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา แตกต่างกัน   ก่อให้เกิดปัญหาด้านคุณภาพการจัดการศึกษา  และการเทียบโอนผลการเรียน  ระหว่างโรงเรียนในแต่ละเขตพื้นที่การศึกษา (สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา 2548 ก., 2548 ข.)

                การจัดโครงสร้างหลักสูตรที่แน่นเกินไป   ก็เป็นประเด็นที่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ว่า   ก่อ

ให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติ   แม้ว่าหลักการของหลักสูตร   จะเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เลือกเรียน  ตามความสนใจและความถนัด  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงชั้นที่ 3 ( ม. 1-3)   ที่เน้นให้ผู้เรียนสำรวจ  ความถนัดและความสนใจของตนเอง   และช่วงชั้นที่ 4 (ม.4-6)  ซึ่งเน้นให้ผู้เรียนเพิ่มพูนความรู้และทักษะเฉพาะด้าน   เพื่อเตรียมตัวในการศึกษาต่อ (สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา, 2549)     แต่การที่หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน   กำหนดให้ผู้เรียนต้องเรียนถึง  8  กลุ่มสาระการเรียนรู้   ตลอด 12  ปี  เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ครูจำเป็นต้องยัดเยียดเนื้อหาในการสอน   ทำให้นักเรียนต้องเรียนหนัก    และมีเวลาที่ทำกิจกรรมน้อยลง   สภาพดังกล่าว  ทำให้ครูไม่สามารถจัดการเรียนการสอน    ที่เอื้อต่อการจัดกิจกรรมฝึกลักษณะนิสัยการทำงานกลุ่ม  และการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม(สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, 2547)   ข้อมูลดังกล่าว สอดคล้องกับผลสรุปความคิดเห็น ผู้ใช้หลักสูตรผ่านเว็บไซต์ของสำนักวิชาการฯ และผลการวิจัยติดตามการใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่พบว่า  ผู้เรียนต้องเรียนเนื้อหาสาระมากเกินไป   สมควรปรับปรุงแก้ไข ( สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา, 2547;  2548)  พร้อมทั้งได้เสนอให้มีการทบทวนโครงสร้างหลักสูตรทั้ง  8  กลุ่มสาระ  เพื่อให้สอดคล้องกับวุฒิภาวะของเด็ก  และให้ครูสามารถจัดกิจกรรมเสริมอื่น ๆ ได้

                 นอกจากประเด็นปัญหาดังกล่าว ข้างต้นแล้ว    ผลจากการวิจัย และติดตามประเมินการใช้หลักสูตร ในช่วงระยะเวลา 4 ปี  ที่ผ่านมา  ชี้ให้เห็นว่า   การสื่อสารทำความเข้าใจ เกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน   ขาดความชัดเจน ( สุวิมล  ว่องวานิช  และ นงลักษณ์  วิรัชชัย  2547; Nutravong, 2002;  Kittisunthorn,2003)        เอกสารหลักสูตร   และเอกสารประกอบหลักสูตร   ยังมีจุดบกพร่อง   ก่อให้เกิดความสับสนในทางปฏิบัติ  (สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา,  2546 ก., 2548 ข. ;  มณนิภา  ชุติบุตร ;  2546 ; Nutravong,2002 )    แม้ว่า  กระทรวงศึกษาธิการ  จะได้กำหนดมาตรฐานการเรียนรู้ ขึ้นในระดับชาติ   เพื่อเป็นเป้าหมาย และตัวจักรสำคัญ ในการขับเคลื่อน พัฒนาหลักสูตร  และการจัดการเรียนการสอน  ในระดับสถานศึกษา     แต่ข้อมูลในเอกสารหลักสูตร   และเอกสารประกอบหลักสูตรบางส่วน  ยังขาดความชัดเจนในการสื่อสาร ให้บุคลากรในระดับเขตพื้นที่

การศึกษา และสถานศึกษาเกิดความเข้าใจตรงกัน  เกี่ยวกับบทบาทของแต่ละฝ่าย  ในการนำนโยบาย

ดังกล่าว ไปสู่การปฏิบัติ     Atagi Rei ( อ้างถึงใน Michael, E. Jones, 2004)   ซึ่งได้ทำการศึกษา  การ

จัดการศึกษาไทย ในปี พ.ศ. 2545  พบว่า  การปฏิรูปเปลี่ยนแปลงในประเทศไทย เป็นการปรับเปลี่ยนในระดับนโยบาย     มากกว่าการเปลี่ยนแปลงในระดับปฏิบัติ     ทั้งนี้เนื่องจาก  การขาดความชัดเจนสอดคล้องกันในการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งการขาดความชัดเจนในการสื่อสาร สู่การปฏิบัตินี้   เป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่ง  ที่ทำให้มาตรฐานการเรียนรู้  มิได้รับความสนใจ  และให้ความสำคัญอย่างจริงจังในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา นั่นคือหลักสูตรที่โรงเรียนจัดทำขึ้น มิได้เป็นหลักสูตรที่ยึดมาตรฐานเป็นเป้าหมายอย่างแท้จริง( สำนักผู้ตรวจราชการและติดตามประเมินผล, 2548 ; สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา,  2546 ก.,   สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา, 2547 ;  พรนัชชา  สุกขะ ; 2548)    กระบวนการสร้างหลักสูตร    การออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอน    และการวัดประเมินผลการเรียนรู้   ยังคงเป็นรูปแบบเดียวกับหลักสูตรที่ยึดเนื้อหา  เช่นที่เคยปฏิบัติ ในหลักสูตรเดิม  ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับข้อสรุปจากการประชุมคณะผู้เชี่ยวชาญหลักสูตร  ซึ่งสำนักวิชาการ

และมาตรฐานการศึกษาได้จัดขึ้น    เพื่อวิเคราะห์เอกสารหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน     ในปลายปี พ.ศ. 2546    ผู้เข้าร่วมประชุมมีความเห็นสอดคล้องกันว่า    แนวทางการจัดทำหลักสูตรที่นำเสนอในเอกสารหลักสูตรและเอกสารประกอบหลักสูตร   นำไปสู่การจัดทำหลักสูตรในลักษณะเดิม   มิได้นำ

ไปสู่การจัดทำเป็นหลักสูตรอิงมาตรฐาน ( Standards-based  curriculum )   โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการประเมินผลการเรียนรู้   ยังยึดการประเมินตามจุดประสงค์การเรียนรู้ย่อย (Behavioral objectives)   ซึ่งไม่สะท้อนมาตรฐานการเรียนรู้ที่กำหนด     การวัดและประเมินผลในลักษณะดังกล่าว  เป็นอุปสรรคอย่างยิ่ง   ต่อการปฏิรูปการเรียนรู้   ที่เน้นการพัฒนาผู้เรียนในองค์รวม   และเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง   รวมทั้งยังส่งผลให้เกิดปัญหาสืบเนื่อง  ตามมาอีกหลายประการ  ที่สำคัญได้แก่  ปัญหาหลักสูตรแน่น    เนื้อหาซ้ำซ้อน  ปัญหาเอกสารรายงานผลการเรียนรู้ (สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา,2546 ก.,

2546. 2547; สำนักพัฒนาการศึกษา ฯ เขตการศึกษา ๑๑, 2546)     ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ประกาศใช้หลักสูตร และยังไม่สามารถคลี่คลายได้เท่าที่ควร  แม้จะได้มีความพยายามจากส่วนกลางหลายประการในการแก้ไขปัญหาต่างๆ เหล่านั้นไม่ว่าจะด้วยวิธีการลดเงื่อนไข   และข้อกำหนดบางประการในหลักสูตร  หรือการออกแนวปฏิบัติต่างๆ  เพิ่มเติมก็ตาม

                 ข้อมูลจากเอกสารและงานวิจัยต่าง ๆ  ที่กล่าวมา    ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการพิจารณา

ทบทวนกระบวนการสร้างหลักสูตรสถานศึกษา  สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา จึงได้ดำเนิน

โครงการวิจัยเชิงลึก   เพื่อทดลองกระบวนการพัฒนา  หลักสูตรสถานศึกษา แบบอิงมาตรฐาน   ในปี

การศึกษา 2547    โดยความร่วมมือจากภาควิชาหลักสูตรและการสอนของมหาลัยต่าง ๆ     และคณะผู้เชี่ยวชาญ สพฐ.  เพื่อวิเคราะห์และปรับกระบวนการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยได้ทำการทดลอง ใน  14 โรงเรียน  จาก 13 เขตตรวจราชการ    ผลการวิจัยทดลอง  สอดคล้องกับผลการวิเคราะห์เอกสารหลักสูตรของคณะผู้เชี่ยวชาญ ในปี พ.ศ.2546    ซึ่งพบว่า  แนวทางการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา   ที่นำเสนอในเอกสารหลักสูตร      ซึ่งเป็นแนวทางที่  โรงเรียนส่วนใหญ่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ยังมีจุดบกพร่อง ซึ่งเป็นอุปสรรค ต่อการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาให้มีคุณภาพและการปฏิรูปการเรียนรู้     พร้อมทั้งได้เสนอให้มีการดำเนินการโดยเร่งด่วน  ในการปรับปรุงแก้ไขแนวทางพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา  ให้เชื่อมโยงกับมาตรฐานการเรียนรู้อย่างชัดเจน และสอดคล้องกับหลักสากลยิ่งขึ้น   โดยเสนอให้มีการทบทวนข้อกำหนด  และเงื่อนไขต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง    เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่น  ในทางปฏิบัติ  และสอดคล้องสัมพันธ์กันทั้งระบบ

                 จากการศึกษาวิจัย  และติดตามผลการใช้หลักสูตร จากแหล่งต่างๆ   ตลอดระยะเวลา  4  ปี    ของการประกาศใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ผลสรุปที่ชัดเจนตรงกัน  ถึงปัญหาและข้อจำกัด    ของเอกสารหลักสูตรที่ใช้อยู่    ทั้งในแง่ความสอดคล้องกับข้อกำหนด   ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  ในเรื่องหลักสูตรแกนกลาง  และในแง่วิชาการของการพัฒนาหลักสูตร  ในระบบการศึกษาที่มีมาตรฐานเป็นเป้าหมาย( Standards-based education)    ซึ่งส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของการพัฒนาหลักสูตร    สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน     จึงได้ดำเนินการให้มีการทบทวนและปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน   พุทธศักราช  2544     เพื่อให้สามารถนำสู่การปฏิบัติได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ  สอดคล้องกับบริบทการศึกษาไทย โดยได้นำข้อมูลต่างๆ ข้างต้น  มาพิจารณา   จัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาหลักสูตร    และกระบวนการเรียนการสอน     เพื่อปรับปรุงแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, 2548)

                 สรุป  การปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช  2544  ครั้งนี้    ดำเนินการปรับปรุงบนฐานแนวคิด และหลักการสำคัญเดิมของหลักสูตร   แต่มุ่งเน้นการพัฒนารายละเอียดและแนวปฏิบัติ   ที่จะช่วยคลี่คลายปัญหาอุปสรรคต่างๆ  ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน    เพื่อช่วยให้โรงเรียนต่างๆ สามารถจัดทำหลักสูตรการเรียนการสอน   ได้อย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพยิ่งขึ้น    ส่งผลต่อการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพ  ตามมาตรฐาน

ที่มา : กรอบแนวทางการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544, สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา   สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน     หน้า 3 – 7.(2549)

 

view

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 ติดต่อเรา

view